Gender Neutral เทรนด์การเลี้ยงลูกที่ให้เด็กมีสิทธิ์เลือกเพศได้เอง

เคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมของเล่นของเด็กผู้หญิงในสมัยก่อนถึงวนเวียนอยู่แถวๆ ตุ๊กตาบาร์บี้ ชุดเครื่องครัว หรือสิ่งของที่มีสีชมพูหวาน ตรงข้ามกับโซนของเล่นที่ติดป้ายกำกับว่าสำหรับเด็กผู้ชายซึ่งก็มักจะมีโมเดลรถ หุ่นยนต์ หรือสิ่งของที่มีสีเข้มขรึมเป็นหลัก

แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมเด็กผู้ชายจะต้องเติบโตขึ้นมาโดยถูกสังคมมองว่า ‘เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง’ ‘ลูกผู้ชายห้ามร้องไห้’ ซึ่งตรงข้ามกับเด็กผู้หญิงซึ่งมักจะถูกคาดหวังให้ต้อง ‘อ่อนหวาน’ และ ‘เป็นผู้ได้รับการปกป้องดูแล’

การแปะป้ายค่านิยมทางเพศให้กับเด็กซึ่งเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ และเป็นวัยเริ่มต้นวางรากฐานความเข้าใจในชีวิต ได้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญที่ทุกคนในสังคมต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ‘มันก็ควรเป็นเช่นนั้น’ นี่

แต่ในช่วงหลายปีมานี้เมื่อสังคมเริ่มตื่นตัว ตลอดจนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายและความเลื่อนไหลทางเพศ รวมถึงเคารพในสิทธิเสรีภาพการเลือกที่จะเป็นหรือไม่เป็นของคนคนหนึ่งมากขึ้น ก็ทำให้พ่อแม่กลุ่มหนึ่งเริ่มตั้งคำถามว่าการเลี้ยงลูกภายใต้คตินิยมเดิมๆ ในการแบ่งเพศลูกตามเพศกำเนิด (biological sex) นั้นดีต่อเด็กจริงหรือ…


พ่อแม่ Reconstruct ได้

“คำถามที่เป็น powerful question ไม่ใช่ถามอะไร แต่ถามยังไง มันถูกถามในเวลาที่ใช่มั้ย”

เมื่อวานนี้ เราเวิร์กชอป ‘Reconstruct’ สำหรับพ่อแม่กันค่ะ

ทำอย่างไรที่เราจะช่วยให้ตัวเองและเด็กๆ สามารถค้นพบปัญหาแท้จริง ความต้องการ ความกลัวกังวล และทางออก ทางไปต่อ ได้ด้วยตัวของเค้าเอง ทำอย่างไรที่พ่อแม่จะช่วยสร้างวิธีคิดแห่งการทบทวน เผชิญหน้า และไปต่อให้กับเด็กๆได้

คีย์สำคัญที่เราคุยกันคือ การ ‘Reconstruct’ ที่มีเครื่องมือหลัก เป็นการ ‘ตั้งคำถาม’ ค่ะ

“คำถามที่เป็น powerful question ไม่ใช่ถามอะไร แต่ถามยังไง มันถูกถามในเวลาที่ใช่มั้ย”

เมื่อวานนี้ เราเวิร์กชอป ‘Reconstruct’ สำหรับพ่อแม่กันค่ะ

ทำอย่างไรที่เราจะช่วยให้ตัวเองและเด็กๆ สามารถค้นพบปัญหาแท้จริง ความต้องการ ความกลัวกังวล และทางออก ทางไปต่อ ได้ด้วยตัวของเค้าเอง ทำอย่างไรที่พ่อแม่จะช่วยสร้างวิธีคิดแห่งการทบทวน เผชิญหน้า และไปต่อให้กับเด็กๆได้

คีย์สำคัญที่เราคุยกันคือ การ ‘Reconstruct’ ที่มีเครื่องมือหลัก เป็นการ ‘ตั้งคำถาม’ ค่ะ

กระบวนกร

คุณบี มิรา เวฬุภาค คุณแม่ลูก 2 ผู้ก่อตั้ง Flock Learning กระบวนกร transformation game และการสร้าง Self-directed learning…


พ่อแม่ช่วย ‘Reconstruct’ ได้

“คำถามที่เป็น powerful question ไม่ใช่ถามอะไร แต่ถามยังไง มันถูกถามในเวลาที่ใช่มั้ย”

เมื่อวานนี้ เราเวิร์กชอป ‘Reconstruct’ สำหรับพ่อแม่กันค่ะ

ทำอย่างไรที่เราจะช่วยให้ตัวเองและเด็กๆ สามารถค้นพบปัญหาแท้จริง ความต้องการ ความกลัวกังวล และทางออก ทางไปต่อ ได้ด้วยตัวของเค้าเอง ทำอย่างไรที่พ่อแม่จะช่วยสร้างวิธีคิดแห่งการทบทวน เผชิญหน้า และไปต่อให้กับเด็กๆได้

คีย์สำคัญที่เราคุยกันคือ การ ‘Reconstruct’ ที่มีเครื่องมือหลัก เป็นการ ‘ตั้งคำถาม’ ค่ะ


วันก่อนบังเอิญได้ดูรายการทำอาหารของประเทศอังกฤษ ที่ชวนเด็กๆมาแข่งทำอาหารกัน แล้วก็นึกขึ้นมาว่า
พ่อแม่เลี้ยงเด็กๆ มาอย่างไรหนอ ถึงได้กล้าหาญ ทนต่อความกดดันในการทำครัว (มันไม่ง่ายนะ!) สร้างสรรค์คิดเมนูใหม่ๆ ท่ามกลางวัตถุดิบที่มีจำกัดแก้ปัญหาเก่ง และ ใช้ร่างกายตัวเองอย่างคล่องแคล่วเช่นนี้ โดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์ครัว มีด หม้อ ไฟ ที่เรามักคิดว่าอันตราย

ลองหาข้อมูลต่อว่า มีใครพูดถึงการเรียนรู้ของเด็กๆจากการทำอาหารไว้อย่างไรบ้าง เจอเรื่องการเรียนรู้ผ่านการเข้าครัวที่น่าสนใจหลายบทความ

Toca Boca ผู้พัฒนาวิดีโอเกมสร้างสรรค์สำหรับเด็ก ประเทศสวีเดน เขียนไว้ว่า…
ทักษะ (อย่างน้อย) ที่เด็กๆ จะได้คือ การแก้ปัญหา, ความรับผิดชอบ, การรู้จักร่างกายของตัวเอง, ทักษะสังคม และ ความคิดสร้างสรรค์ เหตุผลก็คือ

#การแก้ปัญหา : ‘สูตรอาหาร ก็เหมือนจิ๊กซอว์’ ทุกส่วนผสม ทุกขั้นตอนจะต้องถูกต้องเหมาะสม แถมยังเรียกร้อง ‘ลำดับขั้นตอน’ แถมยังต้องประเมินด้วยว่า รสชาติอาหารที่ทำนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งหากยังไม่แล้วใจ สัดส่วนขั้นตอนยังไม่ได้ การจะทำใหม่ ก็คือการคิดทบทวนปรับปรุงจัดการใหม่ ซึ่งก็คือ “แก้ไขปัญหา”

#ความรับผิดชอบ : นอกจากเอาอุปกรณ์อะไรมาใช้แล้วล้างเก็บเข้าที่แล้ว เด็กๆ ยังต้องฝึกรับผิดชอบต่อตัวเองด้วย ต้องยอมรับว่าอุปกรณ์ในครัวนั้นน่าหวาดเสียว ทั้งความร้อนและความคม เด็กๆ ต้องเคารพกติกา ข้อตกลงบางอย่างที่ผู้ใหญ่ช่วยแนะนำเพื่อไม่ทำให้ตัวเองเจ็บตัว เช่น ไม่วางมีดเกะกะ ไม่วางของร้อนไว้หมิ่นเหม่ เป็นต้น

#รู้จักร่างกายตัวเอง : ไม่มีอะไรมอบบทเรียนเพื่อฝึกประสาททั้งห้า –รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส- ได้เท่าการปรุงและชิมอาหารอีกแล้ว และยิ่งเป็นเด็กเล็ก การเข้าครัวจับอุปกรณ์อาหารช่วยสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กใหญ่ ฝึกกล้ามเนื้อสายตา ฝึกการประเมินน้ำหนัก แรง ว่าเราจะทำอะไรได้แค่ไหนอีกด้วย

#ทักษะสังคม : ไม่ใช่แค่การทำอาหารแต่เชื่อมต่อไปถึงคนกิน ซึ่งแปลว่ามันมีความรู้สึกอยากสร้างความประทับใจให้ผู้กินอาหารซ่อนอยู่เสมอ อาหารยังหมายถึงวงสนทนาและการพูดคุยสังสรรค์ระหว่างทาน

#ความคิดสร้างสรรค์ : อาหารคือศิลปะ มันคือการพลิกแพลงและสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่เราอยากเห็นและชิมอยู่เสมอ ลองคิดภาพเวลาที่เด็กๆ ตั้งคำถามถึงความซ้ำซากจำเจในเมนูที่แม่เลือก ลองดูว่าจินตนาการแห่งความอยากกินและเล่นของเด็กๆ จะสร้างสรรค์เมนูล้ำๆ อะไรออกมาบ้าง

บทความเขียนไว้ไม่ยาว แต่พอลองคิดภาพการทำอาหารแล้วยังพบว่า เด็กๆจะได้สังเกต ใช้ความอดทน รู้จักการให้-การดูแลผู้รับประทาน การวางแผน การฝึกทำบางอย่างให้สำเร็จ…


คุยกับเกื้อกมล นิยม ถึงการสร้างระบบคิดผ่านการอ่านหนังสือ

เมื่อพูดถึงหนังสือสำหรับเด็ก เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึงคุณเกื้อ — เกื้อกมล นิยม นักแต่งนิทาน กราฟฟิกดีไซน์เนอร์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สานอักษร โรงเรียนรุ่งอรุณ คุณเกื้อทำงานหนังสือเด็กๆ และทำงานให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านการอ่านมาหลายปี การพูดคุยกับคุณเกื้อทำให้เห็นว่า หนังสือ ไม่ได้สร้างเพียงความรู้ ไม่ได้สำคัญแค่การอ่านออกเขียนได้ แต่เป็นการประกอบร่างของระบบสมอง ระบบคิด การเรียนรู้ที่จะเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่มากไปกว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า การเข้าใจในตัวเองและผู้คน การมีหัวใจที่จะรับมือกับปัญหา ซึ่งสามารถพาเด็กๆ รวมถึงเราผู้ใหญ่ ไปได้ถึง ‘ความสุขของชีวิต’

เข้าประเด็นเลย เราจะเลือกหนังสือแบบไหนให้ลูกดี หนังสือเด็กแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นหนังสือเด็กที่ดี ?

หนังสือเด็กในที่นี้ เราพูดถึงหนังสือภาพก่อนนะ หนังสือที่ดีสำหรับเราเป็นหนังสือที่เว้นพื้นที่ให้เด็กทำงาน มันไม่บอกหมด และภาพจะทำอะไรเยอะมาก ตัวหนังสือมี แต่ภาพจะทำงานมากไปกว่านั้น ถ้าตัวหนังสือทำอะไร แล้วภาพบอกเท่ากัน แปลว่ามันไม่เหลือพื้นที่ไว้ให้เด็กทำงาน พอไม่เหลือพื้นที่ เด็กจะกลายเป็นแค่ผู้เสพอย่างเดียว เป็นผู้เสพอย่างเดียวมันง่าย แล้วเด็กก็ชอบ แต่ความเป็นผู้เสพ จะชอบอยู่แป๊บเดียว เพราะว่าไม่ท้าทาย สักพักเขาก็จะไม่อยากฟังแล้ว…


“เรื่องเพศคุยได้สิ” ประโยคนี้เป็นความคิดของฉันเอง เป็นความคิดที่ยังไม่มีบททดสอบว่า ในบทบาทแม่เราสามารถคุยเรื่องเพศกับลูกได้จริงๆ ใช่ไหม

จนวันหนึ่ง….เมื่อหลายปีก่อน ขณะที่เข้าร้านสะดวกซื้อ ลูกชี้ไปที่ถุงยางอนามัยแล้วถามว่า “แม่ ผมขอซื้อหมากฝรั่งได้ไหม” วันนั้นเป็นวันที่เราเห็นสภาวะภายในของตัวเอง เห็นความอึดอัด ความไม่เป็นธรรมชาติในการตอบ ความกังวลใจ จึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า ในความเป็นแม่ฉันจะคุยกับลูกเรื่องเพศอย่างไรบ้าง มีเรื่องอะไรอีกที่ฉันต้องรู้และแลกเปลี่ยนกับลูกให้ได้ในชีวิตประจำวัน เหตุการณ์วันนั้น ฉันยิ้มอ่อนก่อนตอบลูกไปว่า “ซื้อหมากฝรั่งได้จ๊ะ แต่หมากฝรั่งอยู่ทางโน่น” พร้อมเดินพาไปเลือก

เรื่องเพศ ≠ เพศสัมพันธ์

อยากให้เริ่มต้นจากตรงนี้ก่อน เพราะจะทำให้คุณพ่อ คุณแม่สบายใจขึ้นว่า เราจะสามารถคุยเรื่องเพศกับลูกได้ในวิถีชีวิต ทำให้เป็นเรื่องธรรมดา ไม่เคอะเขิน เพราะเด็กๆ เขาสัมผัสความรู้สึกของเราได้ว่าคู่สนทนาด้วยมีความกังวลใจ รีบๆ ตอบ ปัดๆ ไป ไม่อยากคุย แล้วเขาจะไม่กลับมาถามเรา แต่จะไปหาแหล่งข้อมูลอื่นๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่าถูกต้องไหม

เมื่อลูกตั้งคำถามให้คิดว่าเป็นนาทีทองที่จะมีโอกาสคุยกัน บอกตัวเองว่าผ่อนคลายเข้าไว้ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องแต่สามารถช่วยกันหาข้อมูลเพื่อมาแลกเปลี่ยนสนทนากันได้ เปิดพื้นที่ใจพร้อมรับฟังและไม่ด่วนตัดสินว่าถูกหรือผิด…


ในวงคุยพ่อแม่ งาน Parent Relearn Festival มีพ่อแม่ 2 คน ที่เราเชิญมาช่วยอำนวยการคุยประจำวงทั้ง 2 วัน

เต้ง — อาทิตย์ ชูสกุลธนะชัย คุณพ่อของลูกสาววัย 5 ขวบ นั่งล้อมวงคุยบนสนามหญ้า ใน Dad & Mom Coffee Talk

เหล่าคนเป็นพ่อคุยกันวงนึง แม่ๆ อยู่อีกวงนึง เรื่องการเติบโตของตัวเองเมื่อเป็นพ่อ เรื่องการเข้าสู่โลกใหม่ไปกับลูก ไปจนถึง หัวข้อว่า คุณรักลูกแต่ละคนเท่ากันไหม? คำถามนี้พ่อเต้งไม่แสดงความเห็น (เพราะมีลูกสาวคนเดียว) มีคำถามใหม่มาว่า สำหรับเขาแล้วคิดว่า ลูกรักพ่อหรือแม่มากกว่ากัน?

พ่อเต้งคิดไปหนึ่งอึดใจก่อนเล่าสิ่งที่ลูกสาวเคยพูดว่า “รักพ่อเท่ารูเข็ม รักแม่เท่าฟ้า”

พ่อเต้งไม่รู้สึกน้อยใจ เพราะทราบดีว่าลูกรักพ่อแม่เหมือนกัน

“โดยบทบาทในบ้านแล้ว ผมจะเป็นคนแข็งๆ มีระเบียบวินัย ส่วนแม่จะเป็นคนแสดงความรู้สึกเต็มที่ ดังนั้นลูกจะแสดงความรู้สึกกับแม่เป็นหลัก อย่างในสถานการณ์ที่ผมกับภรรยาเถียงกัน ลูกสาวก็จะซัพพอร์ตแม่ หรืออย่างตอนนอนลูกสาวก็จะกอดแม่จนหลับ แต่ผมไม่เคยน้อยใจนะ กลับรู้สึกดีใจที่ลูกเป็นห่วงความรู้สึกของแม่ ทุกวันผมยังสามารถกอดและหอมเขา และทุกคืนพอลูกหลับ เขาก็จะพลิกมากอดผมทุกคืน”

พ่อเต้งเปิดร้านขายหนังสือออนไลน์ที่บ้าน (www.facebook.com/Nalandabookshop) ทำให้ระยะเวลา 4 ปีตั้งแต่ “น้องเทียน” ลูกสาวยังเป็นแบเบาะจนถึงก่อนเข้าโรงเรียน เขารับหน้าที่เป็นคนเลี้ยงลูก ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูกสาว ก่อนที่ช่วงเย็นจะเป็นเวลาของคุณแม่…


ภาพเด็กๆ วิ่งเล่นบนลานอย่างสนุกสนาน บางกลุ่มนั่งล้อมวงกันเล่นบอร์ดเกม ส่วนพ่อแม่แยกออกมานั่งคุยกันบนวงน้ำชา ปล่อยให้ลูกๆ เรียนรู้อย่างอิสรเสรี เป็นภาพที่เกิดขึ้นตลอด 2 วันในงาน Parent Relearn Festival

หนึ่งในคำสำคัญที่เราได้ยินกันบ่อยในศตวรรษที่ 21 คือคำว่า ‘เรียนรู้ตลอดชีวิต’ หนึ่งในทักษะสำคัญที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่อาจมองข้าม

เมื่อก่อนเราอาจเชื่อว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เราก็หยุดเรียนรู้ เรื่องของการค้นหาอนาคตเป็นเรื่องของเด็กๆ หรือโรงเรียนเท่านั้น แต่ภาพของการปฏิสัมพันธ์ในงานทำให้เราเห็นว่า ทั้งพ่อแม่และลูกเรียนรู้ไปด้วยกันได้เสมอ

ปฏิสัมพันธ์

ทีม Flock Learning ออกแบบงานนี้เพื่อให้คนเชื่อมต่อกัน ทั้งวงคุย, workshop, บูธ Art & Craft, ละคร และนิทรรศการ เราออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศของการให้ผู้คนได้ connect พูดคุย กันในหลายระดับ รวมถึงกับตัวเองด้วย

แทบทุกกิจกรรมในงาน ถูกออกแบบใหม่โดยสร้างวิธีที่ทุกคนจะได้ลองมีประสบการณ์บางอย่างใหม่ โดยเฉพาะผ่านแนวคิดเรื่อง SEARCH model (Sensing / Empathy / Aspiration / Reconstruct / Chance / Hearten) เครื่องมือที่ช่วยให้เราเห็นตัวเองได้มากขึ้น ส่งเสริม…


คุณจ๊อก-ชัยพร อินทุวิศาลกุล พ่อของเด็กชาย 4 ขวบ เจ้าของโรงพิมพ์ภาพพิมพ์ ลูกชายคนโตของครอบครัว สามีของคุณหมอผ่าตัด บอกเราว่า มุมมองในการเลี้ยงลูกของเขาคือ “เลี้ยงลูกให้พ่อแม่มีความสุข”

คุณจ๊อกมองลูกเป็นเพื่อน เพื่อนที่ก็มีดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง เป็นธรรมดา สนทนาเรื่อง พ่อแม่ลูกกับพื้นที่สาธารณะ ในสังคมที่เราอยากให้เด็กๆ เติบโต

คิดว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ประเภทไหน?

เออ เราไม่ค่อยทุกข์ หรือเป็นพ่อแม่ที่กดดันเท่าไร พูดตรงๆ คือ ลูกเราดูมือถือได้ แล้วก็ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่ค่อยน่าทำ กินน้ำอัดลมบ้าง เกเรบ้าง (หัวเราะ) อะไรอย่างนี้

ไม่ได้เลี้ยงลูกตามตำรา แล้วปกติอ่านหนังสือเรื่องการเลี้ยงลูกบ้างไหม?

ปกติฟังจากคนมากกว่า อ่านบ้าง แต่อย่างเล่มนึงที่อ่าน ภรรยาผมอ่าน แล้วเขามาเล่าให้ผมฟัง ซึ่งภรรยาผมอ่านไม่จบด้วยซ้ำ ชื่อเรื่อง Parent without border คือเขาอ่านเพราะไม่มั่นใจว่า เอ๊ะ จะให้ลูกนอนเตียงเดียวกับเรา หรือจะนอนแยกกันดี ก็ไปอ่านหนังสือ ปรากฏว่าทั่วโลกไม่เหมือนกันเลย คือแล้วแต่เลย ถ้าเป็นคนอเมริกันก็อาจจะแยกเตียง เคารพสิทธิ แต่ประเทศส่วนใหญ่ก็ให้ลูกนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ ผมเห็นว่ามันไม่มีอะไรผิดไม่มีอะไรถูกขนาดนั้น ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม ขึ้นอยู่กับรสนิยม ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ความเชื่อ เราก็เออ ผ่อนคลาย…


ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญหลายอย่างในชีวิต เรารับรู้ว่า เพศชายเพศหญิง มีหน้าที่บางอย่างต่างกัน มีการเล่นบางอย่างที่เหมาะกับผู้ชายมากกว่า มีหน้าที่บางอย่างเป็นหน้าที่ของลูก เราต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งความคิดต่างๆเหล่านี้ หลายครั้ง มาจากสิ่งที่เรียกว่า “อำนาจ”

ความสัมพันธ์ของพ่อแม่กับลูกนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ลูกยังเล็ก แม้เด็กจะยังเดินเตาะแตะและพูดจาอ้อแอ้ แต่ในสมองของพวกเขาจดจำและเรียนรู้สิ่งรอบตัวอยู่ตลอดเวลา มีงานวิจัยชี้ว่า พัฒนาการส่วนใหญ่ของมนุษย์เกิดขึ้นในช่วงปีแรกๆ ของชีวิตมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ สมองของเด็ก 3 ขวบ มีการเชื่อมโยงเซลล์ประสาทมากกว่าสมองของผู้ใหญ่ประมาณ 2 เท่า แล้วจะค่อยๆ กำจัดจุดประสานประสาทที่ไม่มีประสิทธิภาพออกไปในช่วงวัยรุ่น

John Bowlby นักจิตวิทยาชื่อดังกล่าวว่า “วิตามินและโปรตีนมีความสำคัญต่อสุขภาพกายเพียงใด ความรักของแม่ในช่วงวัยทารกและวัยเด็กก็มีความสำคัญต่อสุขภาพจิตเพียงนั้น”

เด็กที่ได้รับความรักเพียงพอ ก็จะมีสุขภาพจิตที่ดีในตอนที่โตขึ้น ซึ่งสิ่งที่ทำให้เด็กสัมผัสได้ถึงความรักที่พ่อแม่ให้ คือการสมดุลความรู้สึกที่พอเหมาะพอดีจากการกระทำของพ่อแม่

Flocklearning

พ่อแม่และนักสร้างการเรียนรู้ ที่ชวนพ่อแม่มาสร้างการเรียนรู้ให้กับตัวเองและเด็กๆในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store